โดย น้องหมีม่วง ·
109 ครั้ง 22 นาที

เขียนส่วนเกี่ยวกับเราในเว็บหน้าเดียว ตอบ 3 คำถามในใจของคนแปลกหน้า

ร้านกาแฟสองร้านตั้งคู่กัน ร้านซ้ายเป็นแค่ฉากหน้าร้านไม่มีของข้างใน ร้านขวาเป็นร้านจริงมีทั้งป้าย สินค้า และเจ้าของร้านยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ธุรกิจ

ลองนึกภาพร้านขนมทำมือร้านหนึ่งนะคะ เจ้าของร้านเพิ่งทำเว็บไซต์หน้าเดียวเสร็จ ด้านบนสุดเป็นรูปขนมสวย ๆ กับชื่อร้าน และมีปุ่มสั่งทาง LINE ครบหมด คืนหนึ่งมีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเจอร้านนี้จากโพสต์ที่เพื่อนแชร์ เขาเปิดเว็บ เห็นรูปขนมเต็มจอ แล้วเลื่อนลงมานิดเดียวก็เจอส่วนเล่าเรื่องร้านที่อยู่ใต้ภาพแรกพอดี เขาหยุดอ่านตรงนั้นนานกว่าส่วนอื่น หมีม่วงว่าเขาไม่ได้หยุดเพราะอยากรู้ประวัติร้านหรอกค่ะ เขากำลังคิดอยู่ในใจว่า "ร้านนี้มีตัวตนจริงไหม ถ้าโอนเงินไปแล้วจะเป็นยังไง"

เรื่องนี้ทำให้หมีม่วงอยากชวนมองส่วนเล่าเรื่องร้านในมุมใหม่ ไม่ใช่เป็นที่ไว้เขียนประวัติให้ดูดี แต่เป็นที่ตอบคำถามเงียบ ๆ ในใจของคนที่ยังไม่รู้จักเรา วันนี้จะพาไปดูว่าคำถามเหล่านั้นมีกี่ข้อ และแต่ละข้อควรตอบด้วยอะไรค่ะ

คนแปลกหน้าไม่ได้มาอ่านเรื่องของเรา เขากำลังตรวจสอบ

เวลาเจ้าของร้านนั่งเขียนส่วนเกี่ยวกับเรา มักจะเขียนตามความรู้สึกของตัวเองก่อนค่ะ เล่าว่าเริ่มทำร้านเพราะอะไร ชอบอะไร ใส่ใจอะไร ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องจริงและน่ารักมาก แต่คนที่เลื่อนมาถึงส่วนนี้ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ผูกพันกับร้านเรา เขายังอยู่ในโหมดตรวจสอบ

มีหลักที่ช่วยให้มองเรื่องนี้ชัดขึ้น คือแนวทางด้านความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์จากห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่เผยแพร่ไว้ตั้งแต่ปี 2002 (Stanford Guidelines for Web Credibility) เป็นหลักการเก่าแต่ยังใช้ได้ดีมาก ในรายการมีข้อที่เกี่ยวกับส่วนเล่าเรื่องร้านโดยตรงอยู่ 3 ข้อ คือให้แสดงว่ามีองค์กรจริงอยู่เบื้องหลังเว็บไซต์ ให้ติดต่อได้ง่าย และให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้ง่าย ซึ่งเป็นหลักการจากต่างประเทศนะคะ ไม่ใช่ตัวเลขจากผู้ซื้อชาวไทย หมีม่วงจึงใช้เป็นกรอบความคิด ไม่ได้อ้างเป็นสถิติ

ลองแปลงเป็นภาษาของร้านเล็กดูค่ะ จะได้เป็น 3 คำถามที่คนแปลกหน้าถามในใจ ถามพร้อมกันโดยที่เขาอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

  • ใครอยู่เบื้องหลังร้านนี้
  • ร้านนี้ทำจริงไหม
  • ติดต่อได้จริงไหม

ถ้าส่วนเล่าเรื่องร้านตอบครบทั้ง 3 ข้อ คนอ่านจะรู้สึกว่าปลอดภัยพอที่จะไปต่อ ถ้าตอบไม่ครบ ต่อให้เรื่องเล่าสวยแค่ไหน เขาก็อาจเลื่อนผ่านไปด้วยความลังเล

คำตอบที่ตรวจสอบได้ คือสิ่งที่สร้างความไว้ใจค่ะ

ในเว็บหน้าเดียว ส่วนนี้มักอยู่ใต้ภาพแรกสุด

HugWeb สร้างเว็บไซต์เป็นหน้าเดียวที่เรียงเป็นส่วน ๆ ให้เลื่อนอ่านต่อกันลงมา เจ้าของร้านแก้ไขแต่ละส่วนเองได้ และในเว็บหน้าเดียว ส่วนเกี่ยวกับเรามักถูกวางไว้ใต้ส่วนบนสุดที่เรียกว่า hero ซึ่งก็คือภาพใหญ่ ชื่อร้าน และปุ่มแรกที่คนเห็นทันทีที่เปิดเว็บ

ตำแหน่งนี้ทำให้ส่วนเล่าเรื่องร้านเป็นด่านตรวจด่านแรกค่ะ คนอ่านเพิ่งเห็นภาพกับชื่อร้านเท่านั้น ยังไม่ได้ดูสินค้า ยังไม่ได้ดูเมนูหรือบริการ เขาเลื่อนลงมาครั้งเดียวก็เจอส่วนนี้ และใช้ส่วนนี้ตัดสินว่าจะเลื่อนต่อไปดูสินค้าหรือจะปิดไป

เมื่อเข้าใจตำแหน่งแบบนี้ จะเห็นว่าส่วนนี้ต้องสั้นพอให้ผ่านได้เร็ว เพราะคนอ่านยังอยากเห็นสินค้าอยู่ และควรจบด้วยประโยคที่พาเลื่อนต่อ หมีม่วงแนะนำให้เขียนโดยนึกถึงคนที่กำลังเลื่อนนิ้วบนมือถือ อ่านไปทีละหน้าจอ ไม่ได้นั่งอ่านเรียงความค่ะ

คำถามที่ 1: ใครอยู่เบื้องหลังร้านนี้

คนเราไว้ใจคนมากกว่าไว้ใจชื่อร้าน ข้อแรกของส่วนนี้จึงควรให้คนอ่านเห็นว่ามีคนจริง ๆ อยู่หลังหน้าจอ สิ่งที่ช่วยตอบคำถามนี้ได้มีไม่กี่อย่าง

  • ชื่อคนที่ดูแลร้าน ชื่อจริงหรือชื่อที่ลูกค้าเรียกกันก็ได้ ขอแค่เป็นชื่อที่ใช้จริงในการคุยกับลูกค้า
  • รูปคนจริง รูปเจ้าของร้านขณะทำงาน หรือรูปคนในทีมกับสินค้า ไม่จำเป็นต้องถ่ายแบบสตูดิโอ รูปที่ถ่ายในครัวหรือหน้าร้านจริงดูน่าเชื่อกว่ารูปสต็อกเสมอ
  • ที่มาสั้น ๆ ในหนึ่งถึงสองประโยค เช่น เริ่มทำเพราะอะไร ทำมานานแค่ไหน (ใส่เฉพาะถ้าเป็นความจริงและบอกได้ชัด)

ถ้าไม่สะดวกใส่หน้าตัวเอง ก็ไม่เป็นไรนะคะ ใส่รูปมือที่กำลังทำงาน รูปมุมทำงานของร้าน หรือรูปสินค้าที่ทำเองจริง ๆ ก็ช่วยบอกว่ามีคนทำอยู่จริงได้ สิ่งสำคัญคือให้ภาพเป็นของร้านเราเอง ไม่ใช่ภาพที่หยิบมาจากที่อื่น

ข้อควรระวังคือ อย่าเริ่มด้วยคำชมตัวเองยาว ๆ เช่น "เราคือร้านที่ดีที่สุด" ประโยคแบบนี้คนอ่านไม่มีทางตรวจสอบได้ จึงไม่ได้ช่วยให้ไว้ใจขึ้นเลย เริ่มด้วยข้อเท็จจริงเล็ก ๆ ที่ตรวจสอบได้ดีกว่ามากค่ะ

คำถามที่ 2: ร้านนี้ทำจริงไหม

ข้อนี้คือหัวใจของการตรวจสอบ คนแปลกหน้าอยากเห็นหลักฐานว่าร้านนี้ทำสิ่งที่เขียนไว้จริง ไม่ใช่แค่เขียนขึ้นมา สิ่งที่เป็นหลักฐานได้มีหลายแบบ ลองเลือกเฉพาะที่ร้านมีจริงนะคะ

  • ภาพขั้นตอนการทำ รูปตอนผลิต ตอนแพ็ก ตอนเตรียมของ แสดงว่าสินค้าไม่ได้มาจากไหนก็ไม่รู้
  • รายละเอียดที่คนนอกวงการไม่รู้แต่คนทำจริงรู้ เช่น วัตถุดิบมาจากไหน ทำอย่างไรให้ได้รสแบบนี้ รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้เลียนแบบยากกว่าคำโฆษณา
  • เรื่องที่ตรวจสอบได้ เช่น ร้านอยู่ที่ไหน เปิดวันไหน มีหน้าร้านหรือรับงานจากที่ไหน ถ้ามีที่ตั้งจริงให้ใส่ แล้วคนอ่านจะไปดูแผนที่เองได้

มีอีกเรื่องที่หมีม่วงอยากเล่าไว้ ถ้าร้านจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีเครื่องหมาย DBD Registered ที่กระทรวงพาณิชย์อธิบายไว้ว่าเป็นเครื่องหมายรับรองผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ยืนยันการมีตัวตนอยู่จริง (ดูรายละเอียดได้ที่หน้าของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งลงวันที่ 24 ตุลาคม 2567) ถ้าร้านมีเครื่องหมายนี้อยู่แล้ว การวางไว้ในส่วนเล่าเรื่องร้านก็เป็นหลักฐานที่ช่วยตอบข้อนี้ได้ แต่เรื่องเงื่อนไขการขอ ระยะเวลา และขั้นตอนอาจเปลี่ยนไป ควรตรวจกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยตรงก่อนทำ หมีม่วงไม่ใช่ผู้ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย จึงไม่ขอบอกว่าร้านแบบไหนต้องทำหรือไม่ต้องทำอะไรนะคะ

สิ่งที่ควรเว้นในข้อนี้คือหลักฐานที่ร้านเองก็ตรวจสอบไม่ได้ เช่น ตัวเลขยอดขาย จำนวนลูกค้า หรือรางวัลที่เล่าลอย ๆ ถ้าอยากใส่ตัวเลข ให้ใส่เฉพาะที่มีเอกสารหรือหลักฐานรองรับจริง ถ้าไม่มี การเขียนว่า "ทำมาหลายปี" โดยไม่ระบุตัวเลขยังปลอดภัยกว่าค่ะ

คำถามที่ 3: ติดต่อได้จริงไหม

ข้อสุดท้ายนี้ตรงไปตรงมาที่สุด คนที่ไว้ใจแล้วอยากรู้ว่าถ้ามีปัญหาจะหาเราเจอไหม หลักการจากสแตนฟอร์ดที่ให้ทำให้ติดต่อได้ง่าย แนะนำให้ใส่ช่องทางที่ชัดเจนอย่างเบอร์โทร ที่อยู่ และอีเมล ส่วนร้านเล็กของเราปรับเป็นช่องทางที่ร้านตอบจริงได้

  • ใส่เฉพาะช่องทางที่ตอบจริง ถ้าตอบทาง LINE เป็นหลัก ก็ให้ LINE เป็นช่องทางเด่น อย่าใส่ช่องทางที่แทบไม่เปิดดู
  • บอกช่วงเวลาที่ตอบ เช่น ตอบช่วงเย็นหลังเลิกงาน คนอ่านจะไม่ผิดหวังเมื่อรอไม่นาน
  • ที่อยู่หรือแผนที่ ถ้ามีหน้าร้านจริง เป็นตัวช่วยตอบข้อ 2 ไปพร้อมกัน

เมื่อส่วนนี้อยู่ใต้ภาพแรก ให้ปิดท้ายด้วยประโยคสั้น ๆ ที่พาเลื่อนต่อและบอกทางทักถามไปในตัว เช่น "ลองดูขนมของเราต่อด้านล่างได้เลยค่ะ ถ้าอยากถามอะไรก่อนสั่ง ทักมาทาง LINE ได้" แล้วถ้าร้านมีปุ่มติดต่อในภาพแรกอยู่แล้ว ให้ช่องทางที่บอกในส่วนนี้ตรงกับปุ่มนั้น คนอ่านจะได้ไม่งงว่าควรทักที่ไหนกันแน่

ถ้าร้านเพิ่งเปิด และยังไม่มีอะไรให้โชว์มากนัก

ร้านที่เพิ่งเริ่มอาจรู้สึกว่าไม่มีประวัติ ไม่มีผลงาน แล้วจะเขียนอะไรดี หมีม่วงอยากให้กำลังใจก่อนว่า การเป็นร้านใหม่ไม่ใช่ข้อเสียที่ต้องปิดบังค่ะ คนแปลกหน้าไม่ได้คาดหวังว่าร้านใหม่ต้องมีอดีตยาวนาน เขาแค่อยากรู้ว่าเรื่องที่เล่าเป็นเรื่องจริง

  • บอกตรง ๆ ว่าเพิ่งเริ่ม เช่น "ร้านเพิ่งเปิดช่วงนี้ ยังรับจำนวนไม่มาก" ความตรงไปตรงมาแบบนี้ช่วยให้ไว้ใจได้มากกว่าการแต่งเรื่องให้ดูเก่าแก่
  • โชว์สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ เช่น ภาพขั้นตอนการทำ วัตถุดิบ หรือสินค้าที่ทำจริง เพราะเป็นหลักฐานที่ไม่ต้องรอเวลา
  • ทำให้ติดต่อง่ายที่สุด ร้านใหม่ชนะได้ด้วยการตอบเร็วและชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่ร้านใหญ่ทำได้ยากกว่า

พอร้านมีเรื่องใหม่ เช่น มีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ หรือเปลี่ยนที่ตั้ง ก็กลับมาแก้ส่วนนี้ได้ง่าย ๆ เพราะเจ้าของร้านแก้ไขแต่ละส่วนในเว็บเองได้ ไม่ต้องรอใคร

ตัวอย่างข้อความส่วนเล่าเรื่องร้านที่ตอบครบทั้ง 3 ข้อ

หมีม่วงลองเขียนตัวอย่างให้ดูค่ะ ตัวอย่างนี้แต่งขึ้นเพื่อประกอบการอธิบาย ร้านและชื่อในตัวอย่างไม่มีอยู่จริง ร้านของคุณต้องใส่ข้อมูลจริงของตัวเองแทน

สวัสดีค่ะ พลอยเองนะคะ คนที่ทำขนมทุกกล่องของร้านมีนา เริ่มจากทำขนมให้คนในครอบครัวทานกัน แล้วเริ่มมีคนขอให้ทำให้บ้าง เลยลองเปิดเป็นร้านเล็ก ๆ ขนมทุกชิ้นอบเองที่ครัวของบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ ใช้เนยและวัตถุดิบจากร้านประจำที่ซื้อกันมาตลอด รับออเดอร์ล่วงหน้าเท่านั้นเพราะอบสดทุกรอบ ถ้าอยากถามเรื่องรสชาติหรือขอให้ช่วยเลือกกล่อง ทักมาทาง LINE ได้เลยค่ะ พลอยตอบเองช่วงเย็นหลังเลิกงาน ลองดูขนมของเราต่อด้านล่างได้เลยนะคะ

ลองสังเกตว่าข้อความสั้น ๆ นี้ตอบครบทั้ง 3 ข้อ มีชื่อคนทำ (ข้อ 1) บอกว่าอบเองที่ไหนและรับล่วงหน้า (ข้อ 2) และบอกช่องทางกับช่วงเวลาที่ตอบ (ข้อ 3) โดยไม่มีคำชมตัวเองเลยสักคำ แล้วปิดด้วยประโยคพาเลื่อนไปดูสินค้าต่อ ส่วนรูปที่ควรวางคู่กันคือรูปพลอยกำลังอบขนมในครัวจริง

เรื่องที่เล่าแล้วฟังเหมือนโฆษณา ควรเว้นไว้

เจ้าของร้านมักอยากใส่เรื่องดี ๆ ให้เต็ม แต่บางประโยคทำให้คนอ่านถอยห่างโดยไม่รู้ตัว ลองเช็กตามนี้

  • คำชมตัวเองที่ตรวจสอบไม่ได้ เช่น ดีที่สุด อันดับหนึ่ง ถูกที่สุด ถ้าอยากให้เป็นข้อมูล ให้เปลี่ยนเป็นข้อเท็จจริง เช่น ใช้อะไร ทำอย่างไร
  • ตัวเลขที่ไม่มีที่มา เช่น ลูกค้าพึงพอใจเกือบทั้งหมด ถ้าตรวจสอบไม่ได้ ให้ตัดออก
  • คำเร่งหรือคำกดดัน เช่น รีบสั่งก่อนหมด ส่วนเล่าเรื่องร้านไม่ใช่ที่ขายของ มันคือที่สร้างความสบายใจ
  • เรื่องยาวที่ไม่ตอบข้อใดเลยใน 3 ข้อ ถ้าอ่านจบแล้วคนอ่านยังไม่รู้ว่าใครทำ ทำจริงไหม และติดต่ออย่างไร ลองตัดให้สั้นลงแล้วใส่ข้อมูลที่ขาดแทน

และมีอีกข้อที่หมีม่วงอยากย้ำ คืออย่าอ้างรีวิวหรือคะแนนจากเว็บอื่นแบบลอย ๆ ในส่วนนี้ ถ้ามีคำชมจากลูกค้าจริง ให้ขออนุญาตเจ้าของคำพูดก่อนนำมาใส่ และใส่เป็นข้อความที่เจาะจงว่าเขาได้อะไร ไม่ใช่คำชมกว้าง ๆ

ทดสอบด้วยคนนอก ใช้เวลาไม่กี่นาที

วิธีตรวจว่าส่วนนี้ทำงานได้จริงไหม ง่ายกว่าที่คิดค่ะ ให้หาคนที่ไม่เคยรู้จักร้านเรามาหนึ่งคน อาจเป็นเพื่อนที่ไม่เคยซื้อ หรือญาติที่ไม่รู้เรื่องธุรกิจ ให้เขาเปิดเว็บ เลื่อนลงมาจากภาพแรกจนถึงส่วนนี้ อ่านจบ แล้วถามเขา 3 ข้อ

  • ร้านนี้ใครเป็นคนทำ
  • เขาเชื่อไหมว่าร้านนี้ทำจริง เพราะอะไร
  • ถ้าอยากถามอะไรสักข้อ เขาจะติดต่อทางไหน

ถ้าเขาตอบข้อไหนไม่ได้ แปลว่าข้อนั้นยังไม่ถูกเขียนให้ชัดพอ กลับไปแก้เฉพาะข้อนั้นก็พอ ไม่ต้องเขียนใหม่ทั้งส่วนค่ะ และควรทำเมื่อเปลี่ยนข้อมูลใหญ่ ๆ ด้วย เช่น ย้ายที่ทำงาน เปลี่ยนช่องทางติดต่อ เพื่อไม่ให้ข้อมูลเก่าค้างอยู่

สรุป

ส่วนเล่าเรื่องร้านในเว็บหน้าเดียวไม่ได้มีไว้ให้เขียนประวัติสวย ๆ ค่ะ มันมีไว้ตอบ 3 คำถามเงียบ ๆ ของคนแปลกหน้า คือใครอยู่เบื้องหลัง ทำจริงไหม และติดต่อได้จริงไหม เขียนให้สั้น ใส่ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ใช้รูปที่เป็นของร้านจริง เว้นคำชมตัวเองกับตัวเลขที่ไม่มีที่มา แล้วปิดด้วยประโยคที่พาเลื่อนต่อไปดูสินค้าและทักถามได้

ถ้ายังลังเลก็ไม่เป็นไรเลยนะคะ เริ่มจากเล่าเรื่องร้านของคุณให้หมีม่วงฟังสักครั้งก่อนก็ได้ แล้วค่อยดูว่าอยากให้ส่วนเล่าเรื่องร้านตอบข้อไหนก่อน

#สร้างแบรนด์ออนไลน์#เว็บไซต์ธุรกิจ#ทำเว็บไซต์ SME#เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์

คำถามที่พบบ่อย

ร้านเล็กที่ไม่มีเรื่องราวพิเศษ ควรเขียนอะไรในส่วนเล่าเรื่องร้าน?

ไม่จำเป็นต้องมีเรื่องราวพิเศษค่ะ เขียนข้อเท็จจริงง่าย ๆ ก็พอ คือใครทำ ทำที่ไหน ทำอย่างไร และติดต่อทางไหน เรื่องธรรมดาที่เป็นความจริงและตรวจสอบได้ มักช่วยให้คนแปลกหน้าสบายใจกว่าเรื่องที่แต่งให้ดูยิ่งใหญ่

ต้องใส่รูปหน้าตัวเองในเว็บไหม?

ไม่จำเป็นค่ะ ถ้าไม่สะดวกใส่หน้าตัวเอง ใช้รูปมือขณะทำงาน รูปมุมทำงานของร้าน หรือรูปสินค้าที่ทำเองจริงแทนได้ จุดสำคัญคือให้ภาพเป็นของร้านจริง ไม่ใช่รูปสต็อกที่หยิบมาจากที่อื่น

ส่วนเล่าเรื่องร้านควรยาวแค่ไหน?

ให้อ่านจบได้ในไม่กี่ย่อหน้าบนมือถือ และตอบครบ 3 ข้อ คือใครอยู่เบื้องหลัง ทำจริงไหม และติดต่อได้จริงไหม ถ้ายาวจนต้องเลื่อนหานาน ลองตัดเรื่องที่ไม่ตอบข้อใดเลยออก แล้วเก็บข้อเท็จจริงไว้

เครื่องหมาย DBD Registered คืออะไร ร้านต้องมีไหม?

ตามหน้าของกระทรวงพาณิชย์ เป็นเครื่องหมายรับรองผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ยืนยันการมีตัวตนอยู่จริง ว่าร้านของคุณจำเป็นต้องมีหรือไม่ หมีม่วงตอบแทนไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องกฎหมายและเงื่อนไขอาจเปลี่ยน ควรสอบถามกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยตรง ถ้ามีอยู่แล้ว การวางไว้ในส่วนเล่าเรื่องร้านช่วยตอบคำถามว่าร้านมีตัวตนจริงได้

จะรู้ได้อย่างไรว่าส่วนเล่าเรื่องร้านทำงานได้ดี?

ให้คนที่ไม่เคยรู้จักร้านอ่านแล้วตอบ 3 ข้อ คือใครเป็นคนทำ เขาเชื่อไหมว่าทำจริงเพราะอะไร และจะติดต่อทางไหน ถ้าตอบข้อไหนไม่ได้ ให้แก้เฉพาะข้อนั้น ไม่ต้องตั้งตัวเลขเป้าหมายก็ได้

มีเรื่องอะไรที่ไม่ควรเล่าในส่วนนี้บ้าง?

คำชมตัวเองที่ตรวจสอบไม่ได้ ตัวเลขที่ไม่มีที่มา คำเร่งให้รีบสั่ง และรีวิวจากเว็บอื่นที่อ้างลอย ๆ เปลี่ยนเป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้แทน เช่น ใช้วัตถุดิบอะไร ทำที่ไหน ทำอย่างไร